
ระหว่าง Condo Low Rise กับ High Rise เทียบชัดแบบไหนตอบโจทย์มากกว่ากัน?
9 กุมภาพันธ์ 2569
ระหว่าง Low Rise กับ High Rise เทียบชัดแบบไหนตอบโจทย์มากกว่ากัน?
ในโลกของอสังหาริมทรัพย์“คอนโดมิเนียม” ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน
แต่คำถามสุดคลาสสิกที่ผู้ซื้อทุกคนต้องเจอคือ “ควรเลือก Condo Low Rise หรือ High Rise ดี?” แบบไหน
ถึงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายทางการเงินของคุณที่สุด?
ที่ K PlusProperty เราเข้าใจดีว่าการเลือกคอนโดไม่ใช่แค่การซื้อที่อยู่แต่คือการลงทุนในคุณภาพชีวิตระยะยาว
บทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกความแตกต่างของคอนโดทั้งสองประเภทเพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
ทำความเข้าใจนิยาม: Low Rise vs High Rise
🏢คอนโด Low Rise คืออะไร?
คือคอนโดมิเนียมอาคารเตี้ย ความสูงโดยทั่วไปไม่เกิน 8 ชั้น เน้นความเป็นส่วนตัว
บรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย จำนวนยูนิตน้อยทำให้ไม่พลุกพล่าน มักตั้งอยู่ในซอยที่เงียบสงบหรือแหล่งที่อยู่อาศัยคุณภาพ
🏙️คอนโด High Rise คืออะไร?
คือคอนโดมิเนียมอาคารสูง ตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไป(มักสูงกว่า 20 ชั้น) เน้นความโดดเด่น
ทันสมัยตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ติดถนนใหญ่ หรือใกล้แนวรถไฟฟ้า รองรับผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก และมาพร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่
เจาะลึกจุดเด่นและข้อควรพิจารณา
1. Condo Low Rise: สุนทรียภาพแห่งความสงบ
จุดเด่น:
• ความเป็นส่วนตัวสูง: ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อย ทำให้เพื่อนบ้านน้อย ไม่แออัด ลดความวุ่นวาย
• บรรยากาศผ่อนคลาย: ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน หรือรีสอร์ต เน้นพื้นที่สีเขียวและการออกแบบที่กลมกลืนกับธรรมชาติ
• เข้า-ออกสะดวก: ไม่ต้องรอลิฟต์นานในช่วงเวลาเร่งด่วนเหมือนตึกสูง
• ดูแลรักษาง่าย: ค่าส่วนกลางมักจะถูกกว่าในระยะยาว เนื่องจากระบบอาคารไม่ซับซ้อน
ข้อควรพิจารณา:
• วิว: มักเป็นวิวสวน วิวสระว่ายน้ำ หรือวิวชุมชน ไม่ใช่วิวเมืองมุมสูง
• ทำเล: ส่วนใหญ่อยู่ในซอย อาจต้องเข้าซอยจากถนนใหญ่หรือสถานีรถไฟฟ้าเล็กน้อย
• ส่วนกลาง: สิ่งอำนวยความสะดวกมีขนาดพอเหมาะตามจำนวนลูกบ้าน ไม่ใหญ่อลังการเท่า High Rise
2. Condo High Rise: สีสันของชีวิตเมืองที่สะดวกสบาย
จุดเด่น:
• ทำเลศักยภาพ: มักตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ CBD หรือติดสถานีรถไฟฟ้า เดินทางสะดวกที่สุด
• วิวมุมสูง: จุดขายสำคัญคือวิวเมืองระยิบระยับ หรือวิวทะเลแบบพาโนรามา (ในโครงการตากอากาศ)
• ส่วนกลางจัดเต็ม: สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและมีขนาดใหญ่ เช่น สระว่ายน้ำลอยฟ้า, Sky Lounge, ฟิตเนสขนาดใหญ่
• ภาพลักษณ์ทันสมัย: ตัวตึกโดดเด่น เป็นแลนด์มาร์ก สะท้อนไลฟ์สไตล์คนเมือง
ข้อควรพิจารณา:
• ความหนาแน่น: จำนวนยูนิตเยอะ ผู้อยู่อาศัยมาก อาจมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่า
• การรอลิฟต์: ในช่วงเวลาเร่งด่วน (เช้า-เย็น) อาจต้องใช้เวลารอลิฟต์นาน
• ค่าใช้จ่าย: ค่าส่วนกลางและค่ากองทุนมักสูงกว่า เนื่องจากต้องดูแลรักษาระบบอาคารที่ซับซ้อนและพื้นที่ขนาดใหญ่
ตารางเปรียบเทียบชัดๆ: Low Rise vs High Rise

มุมมองการลงทุน: แบบไหนที่ K Plus Property แนะนำ?
การลงทุนอสังหาฯ ไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ:
ลงทุนกับ Condo Low Rise:
เหมาะกับ: นักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ รายได้สม่ำเสมอ (Passive Income)
จุดเด่น: ราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่ายกว่า คู่แข่งในตึกน้อย ผู้เช่ามักเป็นกลุ่มที่ต้องการอยู่อาศัยจริงระยะยาว (Long-term tenant) ทำให้อัตราการย้ายออกต่ำ
แนวโน้ม: เติบโตดีในย่านชุมชนหรือเมืองตากอากาศที่คนมองหาความสงบ
ลงทุนกับ Condo High Rise:
เหมาะกับ: นักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนส่วนต่างราคา (Capital Gain) และค่าเช่าที่สูงในทำเล Prime Area
จุดเด่น: ปล่อยเช่าง่ายและได้ราคาดีในทำเล CBD หรือเมืองท่องเที่ยว (โดยเฉพาะห้องวิวสวยชั้นสูง) ซื้อง่ายขายคล่องกว่าในช่วงตลาดขาขึ้น
แนวโน้ม: ยังคงเป็นที่ต้องการสูงในทำเลใจกลางเมืองและแหล่งงานสำคัญ
________________________________________
โครงการแนะนำจาก K Plus Property: The Panora Case Study
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น K Plus Property ขอหยิบยกโครงการคุณภาพจาก Panora by Mida ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของทั้งสองรูปแบบในทำเลพัทยา มาให้คุณพิจารณา:
ที่สุดของ Low Rise: The Panora Estuaria หากคุณมองหาการพักผ่อนระดับพรีเมียมที่เงียบสงบ เราขอแนะนำ The Panora Estuaria คอนโดหรู Low Rise 8 ชั้น ณ หาดบ้านอำเภอ นี่คือตัวอย่างของคอนโดที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด ติดชายหาด เหมาะสำหรับการซื้อไว้เป็นบ้านพักตากอากาศ หรือปล่อยเช่าระยะยาวให้กับกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย
ที่สุดของ High Rise: The Panora Pattaya หากคุณหลงใหลในแสงสีและวิวทะเลมุมสูง The Panora Pattaya คือคำตอบ คอนโดหรู High Rise 38 ชั้น ใจกลางพัทยา ที่มอบวิวทะเลแบบพาโนรามา พร้อมส่วนกลางสุดอลังการ นี่คือตัวอย่างของทรัพย์สินที่ปล่อยเช่าได้ง่าย ทำเลดีเยี่ยม และมีโอกาสในการเติบโตของมูลค่าสูงในอนาคต
________________________________________
สรุป
ไม่มีคำตอบตายตัวว่า Low Rise หรือ High Rise ดีกว่ากัน คำตอบที่ดีที่สุดอยู่ที่ว่า "แบบไหนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของคุณ"
หากคุณยังลังเล K Plus Property พร้อมให้คำปรึกษา เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมวิเคราะห์ความต้องการและคัดสรรโครงการที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยเองหรือการลงทุน
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดชมโครงการ The Panora ติดต่อ K Plus Property คลิ๊กที่นี่! หรือโทร +66 92 851 9555
________________________________________
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
• Q: หากงบจำกัด ควรเลือกแบบไหน?
• A: โดยทั่วไป Low Rise มักมีราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรที่เข้าถึงง่ายกว่า และค่าใช้จ่ายแฝงระยะยาว (ค่าส่วนกลาง) มักต่ำกว่า จึงเหมาะกับผู้เริ่มต้นลงทุนหรือมีงบจำกัด
• Q: แบบไหนขายต่อได้ง่ายกว่า?
• A: High Rise ในทำเล Prime Area มักมีสภาพคล่องสูงกว่าและขายต่อได้ง่ายกว่าในช่วงตลาดขาขึ้น แต่ Low Rise ในทำเลเฉพาะที่ดีจริงๆ ก็สามารถรักษามูลค่าได้ดีและมีความต้องการเฉพาะกลุ่มอยู่เสมอ
• Q: เลือกคอนโด Low Rise ชั้นไหนดี?
• A: ชั้น 2-4 มักได้รับความนิยม เพราะได้วิวสวนหรือสระในระดับสายตา และยังเดินขึ้นลงสะดวกหากไม่อยากรอลิฟต์ ส่วนชั้นบนสุดจะได้ความเป็นส่วนตัวมากที่สุดและไม่มีเสียงรบกวนจากชั้นบน





